วันพฤหัสบดีที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2556

NC มนตรา_39


NC มนตรา_39



            สัมผัสร้อนยังคงดำเนินต่อไป ไต่ระไปตามผิวนุ่มละมุนบ้างเบา บ้างเน้นย้ำจนขึ้นรอย ปลายจมูกโด่งก็สูดดมกลิ่นเนื้ออ่อนบางที่ยิ่งเร่งเร้าความต้องการของบุรุษหนุ่มที่ลุกโหมเหมือนอยู่ในกองเพลิง ฝ่ามือหยาบกร้านขยับลูบไล้ไปตามผิวเนื้อขาวเนียนละเอียด เพียงบีบเคล้นก็เรียกเสียงครางแผ่วหวานจากเรียวปากสีระเรื่อที่ดังคลอเคลียกับความเงียบยามราตรี

            คิบอมไม่รอช้าที่วกกลับไปกดจูบที่เรียวปากสีระเรื่อ ดื่มด่ำกับความหวานล้ำทุกหยาดหยดอย่างไม่รู้เบื่อ ขณะที่ฝ่ามือร้อนระอุก็กำลังลากไล้เนื้อผ้านุ่มให้คลายออกจนร่นมาถึงช่วงไหล่กลมกลึง ฝ่ามือหยาบก็ลูบขึ้นลงไปมาจนวีล่าน้อยต้องร้องอื้ออึงในลำคอ

            สัมผัสที่กำลังทำให้ร่างของทั้งสองขยับเบียดเข้าหากันอย่างแนบแน่นมากยิ่งขึ้น ความอึดอัดยิ่งเล่นงานดงแฮจนวีล่าน้อยต้องกอดรัดร่างสูงใหญ่เหมือนดังคนจมน้ำ

            “คิบอม...ข้าร้อน...อื้อ...” วีล่าน้อยครางราวเสียงกระซิบ ดวงตาหวานซึ้งเริ่มเต็มเปี่ยมไปด้วยอารมณ์รักที่ถูกปลุกขึ้นมาจากริมฝีปากร้อน และแม้ว่าอากาศยามนี้จะเย็นจัด อีกทั้งเสื้ออาภรณ์ยังถูกดึงรั้งจนเผยผิวขาวอมชมพู แต่ดงแฮกลับร้อน...ร้อนขึ้นเรื่อยๆ ด้วยฤทธิ์มือและปากขององค์ชายหนุ่ม

            ถ้อยคำสารภาพแสนน่ารักที่เร่งเร้าความต้องการของคิบอมที่ปลดรั้งชุดสวยจนกองอยู่บนฟูกนุ่ม เหลือเพียงเรือนร่างเปลือยเปล่าแสนงดงามที่นอนทอดร่างหอบหายใจอยู่ใต้เรือนกายแข็งแกร่งของตน...ผิวขาวเนียนทั้งยังขึ้นสีชมพูระเรื่อ ใบหน้างามที่แดงก่ำทั้งยังหอบเสียงสั่นสะท้าน ขาเรียวขยับเบียดชิดกันด้วยความขลาดเขิน

            ไม่ว่าจะมองมุมไหน ดงแฮก็ช่างงดงามเสียเหลือเกิน

            ภาพแสนงดงามที่แม้ตนจะเคยเห็นมาแล้ว แต่มันกลับยิ่งเรียกร้องอารมณ์รักที่โหมกระหน่ำขึ้นมาราวกับราดน้ำมันลงกองเพลิง

            “คิบอม...อาห์...” ดงแฮสะดุ้ง เมื่อริมฝีปากแสนร้ายกาจที่ทำให้ตนรู้สึกเหมือนจะหมดลมกำลังขยับลงซุกไซ้ที่ผิวเนื้อเนียนอีกครั้ง ฝ่ามือหยาบก็กำลังบีบคลึงเนินสะโพกอิ่มเต็มเบาๆ แล้วใบหน้าคมคายก็ขยับมาดูดกลืนเนินเนื้อหน้าอกจนร่างเล็กสะดุ้งวาบ แหงนเงยหน้าปล่อยเสียงครางเครือออกมาไม่ได้ขาด

            ความรู้สึกยามนี้เหมือนจะขาดใจกับความร้อนรุ่มที่ถูกมอบให้ เสียงครางหวานปนเสียงหอบหายใจดังสะท้อนทั้งห้องกว้าง ยามที่คิบอมกดจูบที่แผ่นท้องขาวเนียน ดงแฮก็เกร็งสุดตัว จากนั้นดวงตาคู่งามก็ต้องสั่นระริก เมื่อคิบอมผละจากไปเพียงครู่เพื่อปลดรั้งเสื้อผ้าที่สวมใส่ออกอย่างรวดเร็ว แล้วขยับมามอบจูบที่เรียวปากสีระเรื่ออีกครั้ง

            เนื้อตัวเปลือยเปล่าของคนทั้งคู่ที่ขยับเสียดสีกันเหมือนดั่งโหมไฟให้กับอารมณ์รักที่ลุกโชน ฝ่ามือร้อนก็ยิ่งลูบไล้ไปทั่วผิวขาวเนียนละเอียด แล้วดงแฮก็ต้องสะดุ้งสุดตัว เมื่อฝ่ามือใหญ่กอบกุมที่ส่วนอ่อนไหวสีระเรื่อ เพียงขยับอย่างเชื่องช้า ดงแฮก็หลับตาแน่น มือเรียวขยับไปจับเกร็งที่ผ้าที่รองรับร่างของทั้งสองเอาไว้แน่นจนแทบจะทึ้งมันขึ้นมา

            “ข้า...ช้า...คิบอม...ฮื่อ...เบากว่านี้ ข้าไม่...ไหว...” ดงแฮสารภาพเสียงสั่น เมื่อความรุนแรงของฝ่ามือใหญ่เริ่มขยับถี่แรงขึ้น ดวงตาหวานซึ้งเปิดปรืออย่างเชื่องช้า มองใบหน้าคมคร้ามที่ลอยเด่นอยู่เหนือร่าง...ใบหน้าคมคายของผู้เป็นที่รัก ที่ยิ่งสบตา ความรู้สึกมากมายก็ถาโถมเข้ามาในอก แม้จะไม่รู้ความหมายของแววตาเช่นนี้ แต่ยิ่งสบตาก็ยิ่งสัมผัสจนถึงรู้สึกบางอย่างจนเป็นฝ่ายขยับกอดลำคอแกร่ง แล้วโน้มหน้าให้อีกฝ่ายมอบจูบร้อนผะผ่าวอีกครั้ง

            การกระทำที่องค์ชายหนุ่มยิ่งดื่มด่ำความหอมหวานอย่างตระกละตระกราม มือใหญ่ยิ่งขยับถี่รัวเร่งเร้าอารมณ์ปรารถนาของร่างน้อยที่ครวญครางในลำคอ อารมณ์รักยิ่งลุกโหมมากขึ้นเรื่อยๆ จนคิบอมจับขาเรียวทั้งสองข้างให้แยกออกกว้าง ฝ่ามือใหญ่ก็สอดเข้าไปใต้เรียวขาขาวผ่อง ไต่ระหาความอ่อนนุ่มสีระเรื่อ

            “อ้ะ คิบอม...” วีล่าน้อยส่งเสียงหวีดร้องในลำคอ เมื่อช่องทางรักที่กำลังถูกปลายนิ้วเรียวยาวเข้าบดคลึงเพียงเบา แก้มนวลขึ้นสีแดงจัด  เนื้อในอกแทบจะกระดอนออกมาภายนอก เมื่อสัญชาตญาณกำลังร้องบอกว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้

            “มะ...ไม่...ฮื่อ...อย่า...” ดงแฮแทบจะทึ้งฟูกด้านล่าง เมื่อคิบอมกำลังพรมจูบลงไปทีละน้อยๆ แล้วก้มลงครอบครองส่วนอ่อนไหวเอาไว้ในโพรงปาก ความเสียวซ่านและความสุขสมที่ทำให้สะโพกน้อยบิดเกร็ง ขาเรียวจิกลงกับฟูกนุ่มเอาไว้เต็มแรง ใบหน้าสวยแหงนเงยขึ้นปล่อยเสียงครางพร่าไม่ได้ขาดสาย

            “คิบอม...พอ...อึ้ก...ข้ามะ...ไม่ไหว...” วีล่าน้อยร้องบอก หากแต่สะโพกอิ่มกลับขยับเข้าหาความร้อนตามที่องค์ชายหนุ่มชักพา ให้คนที่เฝ้าปรนเปรอขยับถอยห่างเพียงนิด แล้วครอบปากลงไปอีกครั้ง เมื่อดันปลายนิ้วเรียวยาวเข้าไปในช่องทางรัก

            “เจ็บ...ข้า...ฮึก...” ดงแฮตัวสั่นสะท้านราวกับลูกนก เมื่อความเจ็บเสียดและความสุขสมกำลังพุ่งเข้ามาในร่าง ดวงตาหวานซึ้งหลับสนิท ยามที่ปล่อยเสียงเจือสะอื้นกับเสียงครวญครางดังผะแผ่ว ในหัวมีเพียงคำถามที่เกิดขึ้นชั่วครู่หนึ่ง

            ...ทำไมข้าถึงเจ็บตัว ไม่เหมือนคราวนั้น...

            คำถามที่เลือนลางหายไป เมื่อองค์ชายหนุ่มขยับเร่งเร้าให้แรงขึ้นทุกขณะ แผ่นอกบอบบางยิ่งสะท้อนขึ้นลงกับแรงรัญจวนใจที่ได้รับ

            ความสุขซ่านที่กำลังทำให้วีล่าน้อยขยับตัวสอดรับสิ่งที่องค์ชายหนุ่มมอบให้

            ฮวบ

            แต่แล้ว วีล่าน้อยก็ต้องทิ้งตัวลงกับฟูกนุ่มเมื่อคิบอมละมือและริมฝีปากออกมาอย่างเชื่องช้า นัยน์ตาคมมองไปยังเนื้อตัวสีชมพูระเรื่อสั่นสะท้าน เรียวขาขาวที่แยกออกกว้างตามที่จัดท่าทางเอาไว้ให้ ส่วนอ่อนไหวสั่นระริกอยู่ในอุ้งมือร้อน แผ่นอกหอบสะท้านอย่างรุนแรง

            การกระทำทีที่หยุดลงกลางคัน ทำให้วีล่าน้อยเปิดปรือตาขึ้นแล้วบอกด้วยหยดน้ำตา

            “คิบอม...ได้โปรด...ช่วยข้า...ฮึก...ข้าอึดอัด...อึดอัดจวนเจียนจะระเบิดอยู่แล้ว...” ดงแฮบอกเสียงสั่นกับความต้องการที่ตนยังไม่ค่อยเข้าใจมันสักเท่าไหร่ รู้เพียงว่าร่างกายกำลังร้อนราวถูกโยนลงกองเพลิง ความอึดอัดแล่นพล่านไปทั่วร่าง และสิ่งเดียวที่บอกตนว่าจะช่วยได้คือ...ผู้เป็นสวามีตรงหน้าเท่านั้น

            ถ้อยคำร้องขอที่ทำให้องค์ชายหนุ่มขยับแนบชิดกับเนื้อตัวนุ่มละมุน ริมฝีปากร้อนขยับกดจูบที่เปลือกตาสีอ่อนอย่างปลอบโยน รู้ว่าความเจ็บปวดต่อจากนี้อาจจะทำให้ดงแฮทนไม่ไหว

          “ข้ารักเจ้า ดงแฮ...ยอดดวงใจของข้า”  

            “ข้า...อื้ออออ!!!...” คำรักที่วีล่าน้อยจะเอ่ยตอบด้วยคำเดียวกัน ทว่า น้ำตาหยดใสกลับไหลรินลงเลอะแก้มเนียน มือเรียวกอดรั้งลำคอแกร่งเอาไว้แน่น ปลายเล็บที่ตัดสั้นจิกลงกับกายร้อนเต็มแรง เมื่อความแข็งแกร่งกดสอดเข้ามาในความอ่อนนุ่มอย่างเชื่องช้า เสียงใสหวีดร้องออกมาเพียงคำเดียว

            “เจ็บ...คิบอม...ข้าเจ็บ...ฮึก...” ความเจ็บปวดที่องค์ชายหนุ่มขยับไปมอบจุมพิตร้อนให้ ปล่อยให้ร่างเล็กจิกเล็บลงมาเต็มแรง ฝ่ามือหยาบกร้านก็ขยับลูบไล้เนื้ออ่อนนุ่มละมุนราวกับปลอบโยน แล้วผละมากดจูบที่ผิวแก้มนุ่มอย่างถือสิทธิ์

            การกระทำแสนอ่อนโยนที่คิบอมต้องรั้งตัวเองเอาไว้ด้วยความอดทนทั้งหมดที่มี เมื่อความร้อผ่าวถูกโอบรัดด้วยความอ่อนนุ่ม ความเสียวซ่านแล่นพราดไปทั่วกับเรือนร่างหอมหวานตรงหน้า

            “เจ้า...ทำข้าเจ็บ...ฮึก...เจ็บ...” วีล่าน้อยสะอื้นชิดซอกคอแกร่ง ไม่กล้าแม้จะขยับตัวเมื่อความร้อนและแข็งแกร่งสอดแทรกเข้ามาในร่าง เจ็บเสียจนอยากจะกรีดร้องออกมาแรงๆ เสียงหวานเอ่ยเหมือนโทษว่าเป็นความผิดของคิบอม ทว่าถ้อยคำต่อมากลับทำให้องค์ชายหนุ่มที่นึกลังเลไม่อาจห้ามรั้งความปรารถนาของตนได้

            “เจ้า...ทำข้าเจ็บ...แต่ข้าก็รัก...รักเจ้า...ฮึก...”

            คำรักที่คิบอมรวบร่างน้อยเข้ามอบจุมพิตร้อนให้อีกครั้ง สะโพกสอบกดแนบเข้าหาความอ่อนนุ่มนิ่งนาน ก่อนที่จะเริ่มขยับกายอย่างเชื่องช้าและเต็มเปี่ยมไปด้วยความทะนุถนอม จนผู้ที่เจ็บปวดเริ่มขยับตอบโต้ทีละน้อย เสียงหอบหายใจดังสะท้านไปทั่ว มือเรียวที่จิกเกร็งกับไหล่กว้างก็ขยับมาลูบไล้ลำคอแกร่งราวกับหวังระบายความหวานในอารมณ์รักออกมาสักนิดก็ยังดี

            ความเจ็บปวดที่ยามนี้กำลังแปรเปลี่ยนเป็นความสุขสมหวังอย่างที่ไม่เคยพานพบมาก่อน ไม่ต่างจากองค์ชายหนุ่มที่ได้สัมผัสความหวานล้ำที่หวานเสียยิ่งกว่าเคยคาดคิดเอาไว้ มากเสียยิ่งกว่าสตรีทุกผู้ทุกนางที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิต

            ยิ่งกอดรัดมากขึ้นเท่าไหร่ ยิ่งตักตวงความหอมหวานมากแค่ไหน ก็ยิ่งปรารถนามากขึ้นราวกับคลื่นน้ำที่สาดซัดเข้ากระทบฝั่งเรื่อยๆ...ต้องการอีกครั้ง...และอีกครั้ง

            “อ้ะ...คิบอม...อาห์...” ดงแฮกัดปากเต็มแรง เมื่อท่อนเนื้อยาวที่ถอนออกแล้วกดแทรกเข้ามาในร่างยิ่งเพิ่มแรงเข้าถี่กระชั้นยิ่งขึ้นทุกที ยามนี้ความเจ็บปวดจางหายไปแล้ว เหลือเพียงความต้องการที่สอดแทรกเข้ามาในร่าง เรือนร่างของทั้งสองยิ่งเบียดชิดเข้าหาราวกับปรารถนาในกันและกันมากกว่านี้

            เสียงเสียดสีของผิวเนื้อยิ่งดังประสานไปกับเสียงขยับของฟูกนุ่มและเตียงไม้หนาบ่งบอกถึงรสรักของทั้งสองที่ร้อนแรงมากเพียงไหน

            ความปรารถนาที่เติมเต็มให้แก่กันและกันอย่างพอดี

            “คิบอม...ข้า...มะ...ไม่...ไม่ไหว...อาห์” ดงแฮกอดรัดท่อนแขนแกร่งเอาไว้มั่น ยามที่ปลดปล่อยความต้องการออกมาเต็มแผ่นท้องแกร่ง หอบหายใจรัวแรง ยามที่องค์ชายหนุ่มยังคังขยับถี่ สอดแทรกความรักของตนไม่ได้หยุด มือใหญ่ก็กอดรัดเอวคอดเอาไว้แน่น ก่อนที่ฟันคมจะกัดฟันกรอด เมื่อความเพลิดเพลินในรสรักกำลังมาถึงจุดหมายปลายทางที่ต้องการ

            “อาห์...” วีล่าน้อยสะดุ้งสุดตัว ยามที่ความแข็งแกร่งปลดปล่อยความร้อนเข้ามาจนทะลักเต็มช่องทางรักจนเนื้อตัวสั่นสะท้าน ประสานไปกับเสียงคำรามดังในลำคอขององค์ชายคิบอม

            “ข้ารักเจ้า...” เสียงทุ้มพร่าบอกชิด ดวงตาคมกล้าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักใคร่เอ็นดูมองสบประสานกับดวงตาคู่งามที่ฉ่ำน้ำ แล้วก้มลงมอบจุมพิตให้อีกครา ยามที่ร่างน้อยก็โอบรัดลำคอแกร่งมั่น ยอมรับจูบร้อนที่ถูกป้อนให้อย่างเต็มอกเต็มใจ

            ความปรารถนาที่สาดซัดครั้งแล้วครั้งเล่าราวกับไม่สามารถหยุดยั้งมันลงได้ง่ายๆ

            แม้จะเจ็บปวดอย่างสาหัส แต่กลับสุขสมหวังมากยิ่งกว่า ยามได้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันกับผู้เป็นดั่งหัวใจของตน...

....................................


คิดเห็นยังไง บอกกันได้ที่


ขอบคุณค่ะ

1 ความคิดเห็น: